เปิดศักราชใหม่การใช้จ่ายย่อมต้องเกิดขึ้นอย่างไม่อาจปฏิเสธ โดยเฉพาะกับคนที่มีรถถือเป็นเรื่องปกติที่จะต้องควักกระเป๋าจ่ายในเรื่องต่าง ๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นค่าบำรุงรักษา, ค่าซ่อม ฯลฯ
“ประกันภัย” เป็นอีกหนึ่งรายจ่ายที่ถูกบังคับให้คนที่มีรถส่วนตัวต้องทำ ส่วนจะเป็นประเภทไหนก็ว่ากันไปตามแต่สะดวก แต่ที่ Bee Voice จะนำเสนอต่อไปนี้มาจากบทความของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ฝากเตือนไว้ เพราะถือเป็นภัยใกล้ตัวอีกเรื่องที่คุณ ๆมีสิทธิเจอ นั่นคือการหลอกขายประกันภัย
โดยเฉพาะการทำประกันภัยรถยนต์ที่อาศัยค่าเบี้ยประกันราคาถูกล่อใจให้ลูกค้าซื้อ และเมื่อลูกค้าหลงเชื่อและซื้อประกันไปแล้ว กระทั่งรถไปประสบอุบัติเหตุขึ้นมากลับไม่ได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันแต่อย่างใด ซึ่งสิ่งเหล่านี้แน่นอนย่อมจะสร้างความเสียหายให้กับผู้เอาประกันภัยรวมไปถึงความน่าเชื่อถือของธุรกิจประกันภัยในอนาคตด้วย
จากข้อมูลของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคระบุไว้ว่า มีผู้ถูกหลอกให้ทำประกันภัยรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่ามีนายหน้าประกันรายหนึ่งโทรศัพท์เข้ามาบอกกับเขาว่า มาจากศูนย์ใหญ่ของรถยี่ห้อดังแห่งหนึ่งโดยเริ่มต้นจากการสอบถามเกี่ยวกับเรื่องป้ายทะเบียนก่อน
และที่สร้างความแปลกใจมาก ๆก็คือ นายหน้าคนดังกล่าวนี้สามารถรู้เรื่องรถของผู้ที่รับโทรศัพท์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรุ่น สี หรือแม้แต่วันออกรถ จึงทำให้เขาเข้าใจว่ามาจากศูนย์ใหญ่จริง จากนั้นจึงได้แนะนำโปรโมชั่นต่าง ๆ เกี่ยวกับการทำประกัน
โดยเสนอเงินค่าเบี้ยประกัน 18,000 บาทพร้อมกล้องติดรถยนต์ 1 ตัว ซึ่งเห็นว่าเป็นโปรโมชั่นที่ดีกว่าที่อื่นจึงตอบตกลงไปและจ่ายเงินสดในอีก 2-3 วันต่อมา เมื่อมีการตกลงและจ่ายเงินไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับกรมธรรม์จึงโทรศัพท์ไปติดตามทวงถาม ทางพนักงานรับสายบอกว่ากำลังดำเนินการให้อยู่ถ้ามีอะไรสามารถเคลมได้ทันที
แต่ปรากฏว่าพอเกิดเหตุจริงกลับได้รับแจ้งจากบริษัทประกันว่าไม่สามารถเคลมประกันได้ เนื่องจากไม่มีข้อมูลในการทำประกันแต่อย่างใดจึงทำให้เขารู้ว่าถูกประกันเถื่อนหลอกเข้าให้แล้ว นั่นคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับการบอกเล่าของผู้เสียหาย
ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะหวั่นวิตกว่า หากต้องเจอกับการหลอกลวงจากโบรกเกอร์เถื่อนเหมือนเช่นผู้เสียหายรายนี้จะทำเช่นไร เรื่องนี้ทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแนะนำถึงวิธีการไว้น่าสนใจนทีเดียว ส่วนจะมีวิธีอย่างไรไปดูกันเลย
ประการแรก ให้ดำเนินการแจ้งความที่กองปราบปรามเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อให้ดำเนินการแก่ผู้กระทำความผิด
ประการที่สอง แนะนำให้ทำจดหมายยกเลิกประกันไปที่บริษัทประกันและจดหมายปฎิเสธการชำระหนี้และจดหมายยกเลิกประกันไปที่ธนาคารเจ้าของบัตรเครดิต (ในกรณีประกันตัดบัตรเครดิต) โดยทำแบบไปรษณีย์ตอบรับ
ส่วนวิธีในการรับมือหรือป้องกันโบรกเกอร์เถื่อนนั้นจะทำอย่างไร ทางมูลนิธิฯได้เสนอวิธีการในการป้องกันไว้น่าสนใจเช่นกัน โดยแนะนำว่า
-
ให้ซื้อประกันผ่านตัวแทนหรือนายหน้าประกันที่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนและการจ่ายเบี้ยประกันก็ต้องขอเอกสารทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐาน เพื่อช่วยให้ผู้เอาประกันได้รับความคุ้มครองตามสัญญาประกันอย่างครบถ้วน
-
บริษัทผู้รับประกันจะต้องมีสถานที่ตั้งที่ชัดเจน และสามารถตรวจสอบการจดทะเบียนของบริษัทได้โดยวัตถุประสงค์ของการตั้งบริษัทต้องระบุว่าประกอบธุรกิจนายหน้าประกันด้วย
-
ตรวจสอบบัตรผู้แทนหรือนายหน้าก่อนซื้อประกันซึ่งได้มีกฎหมายไว้ชัดเจนให้ตัวแทนหรือนายหน้าประกันต้องแสดงบัตรประจำตัวกับใบอนุญาตเป็นตัวแทนขายประกันโดยใบอนุญาตสามารถตรวจสอบได้ที่คปภ. สายด่วน 1586
-
ตรวจสอบนายหน้าขายประกันผ่านบริษัทกรณีที่มีการกล่าวอ้างถึงบริษัทประกันภัยรายใดรายหนึ่งในฐานะบริษัทของผู้รับประกันภัย ซึ่งเราเป็นผู้เอาประกัน ควรอย่างยิ่งที่จะต้องติดต่อกับบริษัทดังกล่าวเพื่อตรวจสอบก่อนว่านายหน้าที่ขายประกันให้เรานั้นเป็นคู่สัญญากับทางบริษัทหรือไม่